หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะประเทศญี่ปุ่น 

        สำหรับการพาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นกันบ้างซึ่งในครั้งนี้จะพาไปรู้จักจังหวัดกิฟุ  ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นโดยจังหวัดนี้จะอยู่ท่ามกลางหุบเขาและสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปเที่ยวและเยี่ยมชมกันในครั้งนี้นั่นก็คือหมู่บ้านกลางหุบเขาซึ่งมีชื่อว่าชิราคาวาโกะ  

      สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้นั้นว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านที่มีประวัติความ

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะประเทศญี่ปุ่น 

        สำหรับการพาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้เราจะพาไปเที่ยวจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นกันบ้างซึ่งในครั้งนี้จะพาไปรู้จักจังหวัดกิฟุ  ซึ่งเป็นจังหวัดเล็กๆแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นโดยจังหวัดนี้จะอยู่ท่ามกลางหุบเขาและสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปเที่ยวและเยี่ยมชมกันในครั้งนี้นั่นก็คือหมู่บ้านกลางหุบเขาซึ่งมีชื่อว่าชิราคาวาโกะ  

      สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้นั้นว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านที่มีประวัติความเป็นมามาอย่างยาวนาน และลักษณะของหมู่บ้านก็มีการสร้างและออกแบบเป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก ไม่เหมือนที่ไหนกันเลยทีเดียว 

         ดังนั้นหมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้จึงถูกทางการของประเทศญี่ปุ่นทำการขึ้นทะเบียนให้กลายเป็นหมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นมรดกโลกแห่งที่ 6 ของประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง 

             สำหรับความโดดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้นั้นทุกบ้านจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเว้นช่วงห่างกันเพียงเล็กน้อยและบ้านแต่ละหลังนั้นจะมีการมุงหลังคาซึ่งทำขึ้นมาจากฟางข้าว    โดยลักษณะของการสร้างบ้านแบบนี้ชาวญี่ปุ่นเรียกว่าการออกแบบ  แบบกัตโชทสึคุริ 

        ซึ่งเป็นการทำหลังคาด้วยมือของชาวบ้านเองเพราะจะต้องมีการนำฟางข้าวมาผูกร้อยต่อกันให้หนาแน่นแล้วทำมาเป็นหลังคาบ้านนั่นเอง   สำหรับหมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้นั้น ผู้คนที่อาศัยในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นชาวนา  เรียกได้ว่าตั้งแต่ในสมัยโบราณก็ยึดอาชีพทำนากันมาตั้งแต่ต้นเลย  และหมู่บ้านแห่งนี้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 250 ปีมาแล้ว 

     สำหรับรูปแบบของการสร้างหลังคาด้วยฟางข้าวนั้น คนโบราณเชื่อว่าจะช่วยทำให้ภายในบ้านนั้นมีความอบอุ่น เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศญี่ปุ่นนั้น เวลาที่เข้าสู่ฤดูหนาว จะหนาวมากจนมีหิมะตกกันเลยทีเดียว ดังนั้นการนำฟางข้าวมามุงหลังจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้ในระดับหนึ่ง

        และพื้นที่โดยรอบบ้านของชาวบ้านก็จะมีแต่สีเขียวของต้นข้าว ซึ่งเวลามองแล้วจะสบายตามากเลยทีเดียว  ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะสามารถเห็นการดำเนินชีวิตของคนญี่ปุ่นในสมัยโบราณได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์ ภาษาไทย