เที่ยววัดอาซากุสะ หรือวัดเซนโซจิ  

           หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแล้วเราก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายที่ เนื่องจากว่าแต่ละเมืองของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็จะมีความงดงามที่แตกต่างกันออกไปและแต่ละเมืองนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่งโดยครั้งนี้เราจะมาพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองโตเกียวและสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะแนะนำนี้ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยว

ส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดีและใครก็ตามที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นก็จะต้องเดินทางไปเคารพสักการะวัดแห่งนี้กันเนื่องจากว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นและที่สำคัญเป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโตเกียวเลยก็ว่าได้โดยวัดดังกล่าวนั้นคนไทยรู้จักกันดีในนามของวัดอาซากุสะหรือคนญี่ปุ่นจะรู้จักกันดีในนามวัดเซนโซจิแต่ไม่ว่าจะชื่ออะไรก็เป็นวัดเดียวกันนั่นเอง

   ที่วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีคริสตศักราช  645  วัดแห่งนี้มีตำนานเก่าแก่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาโดยระบุว่าผู้ที่สร้างวัดนี้ขึ้นมานั้นก็คือสองพี่น้องคู่หนึ่งซึ่งในสมัยนั้นเป็นสมัยปีคริสตศักราช 628  ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นไม่มีวัดนี้  ในตอนนั้น เอง สองพี่น้องได้มีการออกเรือไปหาปลากลางแม่น้ำสุมิดะ ซึ่งหลังจากที่ตกเบ็ดแล้วสิ่งที่พวกเขาได้รับกลับมานั้น กลับไม่ใช่ปลาแต่เขาเมื่อพวกเขาดึงคันเบ็ดขึ้นมาปรากฏว่าสิ่งที่ติดเบ็ดมานั้นเป็นรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิม   เมื่อสองพี่น้องเห็นดังนั้นจึงได้มีการโยนรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมทิ้งลงแม่น้ำ

          หลังจากนั้นก็นั่งตกปลากันต่อไปไม่ว่าจะตกปลาและดึงขึ้นมาสักกี่ครั้งก็ตามแต่สิ่งที่ตกได้นั้นกลับไม่ใช่ปลาแต่จะเป็นรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมรูปเดิมทุกครั้งจึงทำให้สองพี่น้องจำเป็นต้องนำรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมกลับมายังบนฝั่งหลังจากนั้นทั้งสองพี่น้องจึงได้มีการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาโดยหลังจากที่มีการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการอัญเชิญรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมที่สองพี่น้องนั้นออกมาได้มาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้และมีการตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดโคมแดงหรือวัดเซนโซจินั่นเอง ต่อมาคนก็เริ่มเรียกวัดแห่งนี้กันว่าวัดอาซากุสะและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมกันมากจนมาถึงปัจจุบัน

      สำหรับการเดินทางไปในวัดอาซากุสะนั้นเมื่อคุณนั่งรถไฟฟ้ามาถึงสถานีอาซากุสะคุณจะต้องเดินเลาะถนนมาแล้วจะเจอกับประตูทางเข้าของวัดอาซากุสะเมื่อเดินข้ามถนนไปแล้วคุณจะเจอกับถนนเส้นยาวที่ชื่อว่าถนนนากามิเซะซึ่งจะต้องเดินลึกเข้าไปประมาณเกือบ 2 กิโลเมตรถึงจะเจอกับวัดอาซากุสะอีกครั้งหนึ่งระหว่างที่เดินทางเข้าไปนั้นสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และต้นไผ่ขนาดใดทำให้คุณไม่รู้สึกถึงแสงแดดที่สาดส่องลงมาเลยเพราะจะมีใบไม้คอยบดบังแสงแดดให้และมีลมเย็นพัดอยู่ตลอดเวลาเรียกได้ว่าในช่วงเวลาที่เดินทางเข้าไปในวัดอาซากุสะนั้นคุณจะพบกับความร่มรื่นร่มเย็นและอากาศที่บริสุทธิ์อย่างมากเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย  สมัครยูฟ่าเบท